Home 
   
 
:: ถาม-ตอบ > งาน ADR > hypertensive urgency
hypertensive urgency
จำนวนผู้อ่าน 5978 ครั้ง
  มาลา อินสะโร [สมาชิก] Posted: 2007-12-18 09:43:15
เจ้าของกระทู้
125.26.111.114

แก้ไข
ลบกระทู้

มีการแนะนำให้ใช้ Amlodipineเพื่อจัดการภาวะ Htpertensive urgency โดยแนะนำ 2.5-5mg interval time 1-2 hr (pharmacotherapy handbook  5th Ed.2003 หน้า 97 ) แต่ที่ดูข้อมูลยา amlo มี onset 30-50 min peak effect 6-12 hr duration 24 hr ถ้ามีการให้ทุก 1-2 ชั่วโมงตามที่แนะนำ จะมีผลให้คนไข้เกิดความดันต่ำในภายหลังได้รึป่าวเพราะน่าจะมีการสะสมขนาดของยาถ้ามีการให้ตามช่วงดังกล่าว

 

  รุ่งนภา ทรงศิริพันธุ์ Posted: 2007-12-21 14:37:32
ความคิดเห็นที่ 1
61.19.24.122

แก้ไข
ลบข้อความนี้

นักศึกษาเภสัชฯ วุฒิรัต ซึ่งฝึกงาน DIS อยู่ที่ รพ.หาดใหญ่ค้นข้อมูลและให้ความเห็นว่า  "จากข้อมูลการใช้ยา Amlodipine ในการรักษา hypertensive urgency นั้นใช้ในขนาด 2.5 - 5 mg ทุก 1-2 ชั่วโมง จะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไมตอบสนองต่อการใช้ Captopril ในขนาด 25-50 mg q 1-2 h แล้ว(นั่นคือ ใช้ captopril แล้วไม่สามารถควบคุม BP ให้เข้าตาม goal ได้) ซึ่งในการใช้ยานี้  จะต้องมีการติดตาม BP ของผู้ป่วยอยางใกล้ชิด และเป้าหมายของ BP ในช่วง acute phase คือ 160/100mmHg หลังจากนั้นค่อย ๆ ลด BP ของผู้ป่วยอย่างช้า ๆ จนกระทั่งปกติ

การบริหารยา amlodipine ตามที่ textbook กล่าวนั้น จะหมายถึงการให้ในช่วง acute phase แล้วติดตาม BP หาก BP ลดลงมาถึงเป้าหมายแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องให้ใน dose ถัดไป " 

นอกจากนั้นตามแนวทางการจัดการผู้ป่วย hypertensive crisis ที่ตีพิมพ์ลงวารสาร chest ก็ไม่มีการกล่าวถึงการใช้ amlodipine ในการจัดการกับผู้ป่วย โดยยาที่แนะนำให้ใช้ อาทิ clonidine, captopril, esmolol, enalaprilat, labetalol เป็นต้น

 เอกสารรายละเอียดแนวทางการจัดการกับภาวะ hypertensive crisis แสดงดังที่แนบในเอกสาร (เอกสารยังไม่สามารถแนบไฟล์ได้ค่ะ เดี๋ยวจะลองแนบใหม่นะคะ) ถ้าใครมีความเห็นเพิ่มเติฒก็ช่วยกัน share ได้นะคะ

 

  สุชาดา ธนภัทร์กวิน Posted: 2007-12-21 20:14:48
ความคิดเห็นที่ 2
58.64.58.6

แก้ไข
ลบข้อความนี้

การให้ amlodipine ในกาณี hypertensive urgency ซึ่งแสดงว่ายังไม่พบ evidence of targen organ damage การให้ยา 2.5 - 5 mgและ titrate ทุก 1 - 2 ชั่วโมง โดยไม่เกิด max dose per day (10 mg/d) คิดว่าน่าจะไม่เป็นปัญหา แต่ทั้งนี้ ก็ต้อง monitor คนไข้และให้คำแนะนำเรื่องอาการ postural hypotension ด้วยค่ะ

 

 

  มาลา อินสะโร [สมาชิก] Posted: 2007-12-21 23:37:13
ความคิดเห็นที่ 3
125.26.110.222

แก้ไข
ลบข้อความนี้

ก่อนอื่นต้องขออภัยก่อนค่ะที่ไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียด คือว่าที่โรงพยาบาลเป็นโรงพยาบาลชุมชนซึ่งไม่มียาดังกล่าวที่มีการแนะนำให้ใช้ในภาวะ Hypertensive urgency ที่โรงพยาบาลมี amlodopine enalapril prazosin hydralazine propanolol และ nifedipine ซึ่งnifedipine ไม่มีการใช้เพื่อรักษาภาวะดังกล่าวแล้ว ก็เลยหาข้อมูลให้แพทย์ว่าสามารถใช้ยาตัวใดแทนได้บ้าง หากยาที่โรงพยาบาลมีไม่สามารถใช้ได้ก็จำเป็นต้องจัดหามาไว้ค่ะ

 

  สุชาดา ธนภัทร์กวิน [สมาชิก] Posted: 2007-12-24 19:01:41
ความคิดเห็นที่ 4
58.64.79.122

แก้ไข
ลบข้อความนี้
ข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ เรื่องการรักษา hypertensive urgency ให้เลือกใช้ short acting antihypertensive drug เช่น clonidine, captopril หรือ labetalol (น่าจะไม่มีในไทย) ส่วน nifedipine คิดว่าไม่น่าใช้ค่ะ เพราะเสี่ยงต่อการเกิด stroke ลองเข้าไปดูในwebนะคะ

 

  สุชาดา ธนภัทร์กวิน [สมาชิก] Posted: 2007-12-24 19:05:05
ความคิดเห็นที่ 5
58.64.79.122

แก้ไข
ลบข้อความนี้
ขอโทษค่ะมัวแต่ไปค้นข้อมูลไม่ได้ตอบน้องว่ายาที่มีก็น่าจะใช้ได้ แต่ก่อนอื่นอย่าลืมสืบค้นปัญหาที่เป็นสาเหตุของ hypertensive urgency ของผูป่วยว่าเกิดจากการใช้ยารักษาความดันไม่สม่ำเสมอหรือไม่ ถ้าใช่มีคำแนะนำว่าให้ผู้ป่วยใช้ยาเดิมต่อไปโดยนัด follow up และให้คำแนะนำผู้ป่วยเรื่องความรุนแรงของความดันโลหิตสูงค่ะ

 

  มาลา อินสะโร [สมาชิก] Posted: 2007-12-26 09:32:18
ความคิดเห็นที่ 6
125.26.110.86

แก้ไข
ลบข้อความนี้

ขอบคุณพี่ๆมากค่ะ ที่ช่วยให้คำตอบและให้แนวทางปฏิบัติ

 

  รุ่งนภา ทรงศิริพันธุ์ [สมาชิก] Posted: 2008-01-09 18:37:08
ความคิดเห็นที่ 7
61.19.24.122

แก้ไข
ลบข้อความนี้
น้องมาลาคะ พอดีพี่จะแนบไฟล์เรื่องการจัดการผู้ป่วยดังภาวะที่น้องสงสัย  แต่พี่แนบไฟล์ไม่ได้ เพราะใหญ่เกินไปนะคะ  ถ้ายังไงให้น้องแจ้ง email-address มาให้พี่ทราบด้วยนะคะ ทาง rungpilan@gmail.com แล้วพี่จะส่งไฟล์ไปให้น้องทางเมล์ค่ะ